การแยกแยะความหมายภายในการติดตามข่าวการเมือง

หากว่าผู้ติดตามข่าวสารในยุคปัจจุบันไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่า ความจริงแล้วกระแสการเมืองมีขึ้นจากปัญหาใด และมีการส่งเสริมยุแย่ให้เกิดเป็นสงครามขึ้นมา นั่นหมายความว่าไม่ได้เกิดจากความเข้าใจถึงสถานการณ์ความเป็นจริง ของผู้ที่เกาะติดและผู้ที่อยู่เบื้องหลังโดยแท้ ถึงแม้ว่าจะมีกระแสการเกาะติดอย่างใกล้ชิด แต่ความคิดเห็นของคนก็ย่อมที่จะแตกต่างกันออกไป มีเข้าใจถูกต้อง และไม่เข้าใจถูกต้อง สังเกตเห็นผลประโยชน์ส่วนรวม และผลประโยชน์ที่แตกต่างในรูปแบบส่วนตน จึงเป็นเหตุให้เกิดกรณีการแตกแยกของกลุ่มคน และรวมกลุ่มกันเข้าพรรคเข้าฝ่าย จนกลับเป็นกลุ่ม ๆ หนึ่งที่ออกมาต่อต้าน เพราะส่วนหนึ่งคือติดตามข่าวสารโดยเฉพาะข่าวการเมืองในสมัยนี้ ที่มีขึ้นมีลง มีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ส่งผลร้ายให้เกิดกรณีที่ไม่คาดหวังพร้อมทั้งยากจะแก้ไขนั่นเอง
 
เครดิตภาพจาก http://news.thaiza.com
 
และถึงแม้ว่าผู้คนส่วนมากมักจะหลีกเหลี่ยงเกี่ยวกับกระแสการไล่ตามข่าวการเมืองในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามข่าวการเมืองก็ยังคงมีที่มาที่ไป ว่าจะต้องมีการเสนอและเผยแพร่ข่าวอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่บางที ข่าวการเมืองที่ว่า ก็คงทำให้ใครต่อใครหลากหลายคน เกิดสภาวะเครียดพร้อมทั้งกดดันเป็นอย่างสูง หากมีการติดตามกระแสข่าวการเมืองมากเกินไป จนไม่สามารถแบ่งแยกออกได้ในระหว่างข่าวกับเรื่องจริง แต่ส่วนหนึ่งของการเกาะติดข่าวการเมืองของคนไทยส่วนมาก อาจจะมาจากความชอบเฉพาะตัวเกี่ยวข้องทางด้านการเมืองโดยตรง และที่หนักหนาไปมากกว่านั้นคือ ข่าวการเมืองส่วนมากมักจะส่งเสริมให้ผู้เกาะติดข่าว ได้เข้าพรรคเข้าฝ่ายกับฝ่ายที่ตนเองเลือก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เกาะติดข่าวส่วนใหญ่คงต้องใช้วิจารณญาณและดุลพินิจเป็นอย่างสูงเลยทีเดียว